สุริยุปราคาเต็มดวง 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ โดยมีจุดเริ่มต้นในวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 (ตามเวลา UTC) แล้วข้ามเข้าสู่วันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 เงามืดได้เริ่มพาดผ่านบริเวณตอนเหนือของประเทศอินเดีย ตั้งแต่ดวงอาทิตย์ขึ้นจากเส้นขอบฟ้า เข้าสู่ ประเทศเนปาล ประเทศบังคลาเทศ ประเทศภูฐาน และ ประเทศพม่า ก่อนที่จะเข้าสู่ตอนกลางของประเทศจีน โดยเงามืดพาดผ่านเมืองสำคัญของประเทศจีนเป็นจำนวนมาก และ พาดผ่านลงสู่ที่บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกจนสิ้นสุดเมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าเหนือมหาสมุทรแปซิฟิก ปรากฏการณ์ครั้งนี้เป็นการเกิดสุริยุปราคาที่บงบังดวงอาทิตย์ได้นานมากกว่า 6 นาที 39 วินาที ยาวนานที่สุดตั้งแต่การเกิดสุริยุปราคาเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2534

[แก้] สุริยุปราคาบางส่วนในไทย
การเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง 22 กรกฎาคม 2552 ประเทศไทยสามารถบางเห็นได้เพียงบางส่วนเท่านั้น โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสาน เริ่มสัมผัสในเวลา 7:02 น. (จังหวัดแม่ฮ่องสอน) บดบังมากที่สุดประมาณ 69% (จังหวัดเชียงราย) และสิ้นสุดเวลา 09:19 น. (จังหวัดอุบลราชธานี)
ประเภท
แกมม่า


บดบังมากที่สุด ระยะเวลา 398 วินาที (6 นาที 38.8 วินาที)
สถานที่เอเชียแปซิฟิค พิกัด24°12′36″N 144°06′24″E / 24.21, 144.10667
ความกว้างของเงามืด ( เต็มดวง ) 258.4 กิโลเมตร
เวลา (UTC) สัมผัส 23:58:18 (21 กรกฎาคม)
เต็มดวง 00:51:16
ใจกลางอุปราคา 00:54:31
บดบังมากที่สุด 02:35:21
สุริยุปราคา 22 กรกฎาคม 2552
วรเชษฐ์ บุญปลอด


เช้าวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2552 จะเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง เส้นทางคราสเต็มดวงผ่านหลายประเทศในเอเชีย แต่ไม่ผ่านประเทศไทย เราจึงจะเห็นเป็นสุริยุปราคาบางส่วน สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากดวงจันทร์เข้าใกล้โลกมากที่สุดในรอบปีเมื่อเวลาประมาณตี 3 ของวันเดียวกัน และเกิดหลังจากที่ดวงอาทิตย์อยู่ไกลจากโลกมากที่สุด 2-3 สัปดาห์ ทำให้ดวงจันทร์มีขนาดปรากฏใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นสาเหตุให้สุริยุปราคาครั้งนี้มีระยะเวลามืดเต็มดวงยาวนานมาก

สุริยุปราคาเริ่มต้นเมื่อเงามัวของดวงจันทร์เริ่มแตะผิวโลกในเวลา 6:58 น. ตามเวลาประเทศไทย ตรงบริเวณชายฝั่งด้านตะวันออกของอินเดีย ศูนย์กลางเงามืดเริ่มแตะผิวโลกเมื่อเวลาประมาณ 7:53 น. ในบริเวณอ่าวแคมเบย์ซึ่งอยู่ทางชายฝั่งด้านทิศตะวันตก ที่นั่นเห็นสุริยุปราคาเต็มดวงขณะดวงอาทิตย์ขึ้น นาน 3 นาที 9 วินาที จากนั้นเงามืดเคลื่อนไปทางตะวันออก ผ่านเนปาล บังกลาเทศ ภูฏาน และตอนเหนือสุดของพม่า เข้าสู่ประเทศจีนในเวลาประมาณ 8:05 น. โดยผ่านเฉิงตูและนครเซี่ยงไฮ้
เงามืดลงสู่ทะเลจีนตะวันออก พาดผ่านทางเหนือของหมู่เกาะริวกิวและอิโวะจิมะทางตอนใต้ของญี่ปุ่น แล้วเริ่มบ่ายหน้าลงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ จุดที่เห็นสุริยุปราคาเต็มดวงนานที่สุดอยู่ในมหาสมุทรด้วยระยะเวลานาน 6 นาที 39 วินาที โดยเกิดขึ้นในเวลา 9:29 น. ใกล้หมู่เกาะโบนิน นับว่ายาวนานที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 21

ช่วงท้ายของปรากฏการณ์ เงามืดผ่านเกาะเล็ก ๆ ในหมู่เกาะมาร์แชล ก่อนจะสิ้นสุดในมหาสมุทรแปซิฟิกเมื่อเวลา 11:18 น. ที่นั่นเห็นสุริยุปราคาเต็มดวงขณะดวงอาทิตย์ตกเป็นระยะเวลานาน 3 นาที 9 วินาที สุริยุปราคาในวันนี้จะสิ้นสุดเมื่อเงามัวของดวงจันทร์หลุดออกจากผิวโลกในเวลา 12:12 น. ใกล้เกาะวอลลิสและฟูตูนา ซึ่งเป็นเกาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่งของฝรั่งเศส ในมหาสมุทรแปซิฟิก
บริเวณที่เห็นสุริยุปราคาบางส่วนครอบคลุมส่วนใหญ่ของทวีปเอเชีย มหาสมุทรแปซิฟิก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยกเว้นทางใต้ของอินโดนีเซีย ภาคเหนือและภาคอีสานตอนบนของประเทศไทย มีโอกาสเห็นดวงอาทิตย์แหว่งมากกว่าภาคอื่น ๆ ซึ่งตรงข้ามกับสุริยุปราคาเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยดวงอาทิตย์จะเริ่มแหว่งทางซ้ายมือด้านบนและไปสิ้นสุดทางซ้ายมือด้านล่าง
ดวงอาทิตย์ที่มองเห็นได้จากที่ต่าง ๆ ขณะดวงจันทร์เข้าบังเต็มที่
ขั้นตอนการเกิดสุริยุปราคา 22 กรกฎาคม 2552
สถานที่ เริ่ม บังเต็มที่ สิ้นสุด เวลา มุมเงย เวลา มุมเงย ขนาด เวลา มุมเงย

กรุงเทพฯ07:07 น.15°08:04 น.28°0.52109:09 น.43°
ขอนแก่น07:06 น.17°08:07 น.31°0.59409:16 น.47°
เชียงใหม่07:02 น.14°08:03 น.27°0.69909:12 น.43°
นครราชสีมา07:07 น.16°08:06 น.30°0.55009:13 น.46°
นครศรีธรรมราช07:14 น.14°08:04 น.26°0.35108:59 น.39°
นราธิวาส07:20 น.16°08:06 น.27°0.27308:58 น.39°
ประจวบคีรีขันธ์07:08 น.14°08:03 น.26°0.46309:05 น.41°
ภูเก็ต07:13 น.12°08:02 น.24°0.34608:56 น.36°
ระยอง07:09 น.15°08:05 น.28°0.48009:09 น.43°
สงขลา07:17 น.15°08:05 น.26°0.30708:58 น.38°
สุโขทัย07:04 น.14°08:04 น.28°0.63409:11 น.44°
อุบลราชธานี07:09 น.20°08:10 น.34°0.54209:19 น.50°

หมายเหตุ :
มุมเงย คือ มุมที่วัดจากขอบฟ้า ขึ้นไปหาตำแหน่งดวงอาทิตย์บนท้องฟ้า
ขนาด คือ สัดส่วนที่ดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์ วัดตามแนวเส้นผ่านศูนย์กลางของดวงอาทิตย์ ยิ่งมีค่ามากแสดงว่าดวงอาทิตย์ยิ่งแหว่งเว้ามาก (0.5 หมายถึงดวงอาทิตย์ถูกบังครึ่งดวง เป็นต้น)
อำเภอเมืองของจังหวัดอื่น ๆ และรายละเอียดเพิ่มเติม ดูได้จากตารางเวลาสำหรับทุกจังหวัดทั่วประเทศ
ดวงอาทิตย์มีแสงจ้ามาก ห้ามดูด้วยตาเปล่า การสังเกตสุริยุปราคาบางส่วน ต้องใช้แผ่นกรองแสงหรือสังเกตการณ์ทางอ้อม เพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงอันตรายจากแสงอาทิตย์ โดยแผ่นกรองแสงหรือแว่นกรองแสงต้องเป็นชนิดที่ออกแบบมาสำหรับดูดวงอาทิตย์โดยเฉพาะ หากดูผ่านกล้องโทรทรรศน์ก็ต้องมีแผ่นกรองแสง เช่น แผ่นไมลาร์ ปิดบังหน้ากล้อง
วิธีสังเกตสุริยุปราคาบางส่วนที่ปลอดภัย คือการสังเกตทางอ้อม ได้แก่ การให้แสงอาทิตย์ผ่านกล้องโทรทรรศน์หรือกล้องสองตาลงไปปรากฏบนฉากรับภาพ อีกวิธีซึ่งทำได้ง่าย คือใช้หลักการของกล้องรูเข็ม นำกระดาษมาเจาะรูขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร ไปปิดที่กระจกเงา แล้วนำกระจกเงาบานนั้นไปรับแสงอาทิตย์ ให้แสงสะท้อนไปตกบนผนังสีอ่อนหรือฉากรับภาพสีขาวที่อยู่ในที่ที่แสงอาทิตย์ส่องไม่ถึง เมื่อเกิดสุริยุปราคา ภาพดวงอาทิตย์บนฉากจะแหว่งตามลักษณะดวงอาทิตย์บนท้องฟ้า หากมีต้นไม้อยู่ใกล้ ๆ อาจสังเกตเห็นว่าแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านช่องระหว่างใบไม้แล้วไปตกบนพื้นหรือผนัง ก็มีลักษณะแหว่งเว้าตามดวงอาทิตย์
ต้นปีหน้าจะเกิดสุริยุปราคาขึ้นอีกครั้งในบ่ายวันศุกร์ที่ 15 มกราคม 2553 เป็นสุริยุปราคาวงแหวน เส้นทางคราสพาดผ่านทวีปแอฟริกา มหาสมุทรอินเดีย ทางใต้ของประเทศอินเดีย ศรีลังกา พม่า และจีน ประเทศไทยอยู่นอกแนวคราสวงแหวน จึงเห็นเป็นสุริยุปราคาบางส่วน
ดูเพิ่ม
ตารางเวลาสำหรับอำเภอเมืองของทุกจังหวัดทั่วประเทศ
ตารางเวลาสำหรับเมืองหลวงและเมืองใหญ่ในต่างประเทศ
อุปราคาในปี 2552
ดาวน์โหลด
SE20090722.kmz (98 KB) - ไฟล์แสดงเส้นทางสุริยุปราคาเต็มดวงใน Google Earth
เว็บไซต์ที่ถ่ายทอดปรากฏการณ์
Live! Eclipse 2009 - Live! Universe
Live Webcast - University of North Dakota
ที่มาhttp://thaiastro.nectec.or.th/skyevnt/eclipses/200907tse.html


การถ่ายละอองเกสร
การถ่ายละอองเกสร คือ วิธีการที่ละอองเกสรตัวผู้เคลื่อนที่ไปตกลงบนยอดเกสรตัวเมีย เพื่อให้เกิดการผสมพันธุ์และสืบพันธุ์ต่อไปการถ่ายละอองเกสรมี 3 แบบ คือ

1. การถ่ายละอองเกสรในดอกเดียงกัน พืชที่มีดอกเป็นดอกสมบูรณ์เพศ คือ พืชที่มีเกสรตัวผู้และตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกันละอองเกสรตัวผู้นั้นสามารถร่วงหรือปลิวมาตกบนยอดเกสรตัวเมียได้พืชที่ถ่ายละอองเกสรในดอกเดียวกัน ได้แก่ ถั่ว มะเขือ ฝ้ายและพืชที่มีดอกสมบูรณ์เพศอื่น ๆ

2. การถ่ายละอองเกสรข้ามดอกในต้นเดียวกัน เกิดกับพืชที่มีดอกไม่สมบูรณ์เพศ อะอองเกสรตัวผู้จะต้องเคลื่อนที่ไปตกบนยอดเกสรตัวเมียของอีกดอกหนึ่งในต้นเดียวกัน พืชที่ต้องถ่ายละอองเกสรแบบนี้ ได้แก่ ฟักทอง แตงกวา เป็นต้น

3. การถ่ายละอองเกสรข้ามต้น เกิดกับพืชที่มีดอกตัวผู้หรือดอกตัวเมียอยู่คนละต้น จึงต้องใช้วิธีการถ่ายละอองเกสรข้ามต้นพืชที่มีดอกสมบูรณ์เพศหรือพืชที่มีดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่ในต้นเดียวกันก็อาจจะถ่ายละอองเกสรข้ามต้นได้เหมือนกัน โดย อาศัยลมมนุษย์หรือสัตว์พาไปสิ่งที่ช่วยในการถ่ายละอองเกสร พืชเคลื่อนที่ด้วยตนเองไม่ได้ ส่วนประกอบของพืชก็เคลื่อนที่ไปเองไม่ได้เช่นกัน ละอองเกสรตัวผู้เมื่อไม่สมบูรณ์เพศและเติบโตพร้อมที่จะถ่ายละอองเกสรไปผสมพันธุ์จึงต้องอาศัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเข้าช่วยเหลือ สิ่งสําคัญที่ช่วยในการถ่ายละอองเกสรของพืชดอก ได้แก่ แมลง แมลงเป็นสัตว์ที่มีส่วนช่วยในการถ่ายละอองเกสรของพืชมากที่สุด ดอกของพืชเมื่อเจริญเติบโตกลีบดอกจะมีสีสวยงาม บางชนิดมีกลิ่นหอม บริเวณโคนกลีบดอกจะมีนํ้าหวานซึ่งเป็นอาหารของแมลงพืชสร้าง สี กลิ่น และนํ้าหวานที่ดอกเพื่อล่อแมลงมาเกาะ แล้วอะอองเกสรตัวผู้จะได้ติดไปกับขา ขน ปีก ปาก ของแมลงไปตกลงบนยอดเกสรตัวเมีย แมลงที่ช่วยในการถ่ายละอองเกสรของพืชมีหลายชนิดเช่น ผีเสื้อ ผึ้ง แมลงภู่

ดอกไม้เป็นส่วนประกอบสำคัญของพืช




ดอกไม้เป็นส่วนประกอบสำคัญของพืชที่ใช้ในการสืบพันธุ์ เกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียจึงเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสืบพันธุ์ของพืชโดยตรง เราแบ่งประเภทของดอกไม้โดยยึดการมีเกสรตัวผู้เกสรตัวเมียเป็นหลักได้ดังนี้
ดอกสมบูรณ์เพศ คือ ดอกที่มีทั้งเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกัน เช่น ดอกชบา ดอกกุหลาบ ดอกบัว ดอกบานบุรี ดอกมะเขือ ดอกพริกดอกถั่ว ดอกฝ้าย ดอกกะหลํ่า ดอกข้าว เป็นต้น

ดอกไม่สมบูรณ์เพศ คือ ดอกที่มีเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียเพียงอย่างเดียว ถ้ามีเฉพาะเกสรตัวผู้เรียกว่า “ ดอกตัวผู้ ” มีเฉพาะเกสรตัวเมียเรียกว่า“ ดอกตัวเมีย ” พืชหลายชนิดมีทั้งดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่ในต้นเดียวกันเช่น มะพร้าว ฟักทอง บวบ แตงกวา ข้าวโพด ตำลึง เป็นต้น พืชอีกหลายชนิดที่บางต้นนั้นมีเฉพาะดอกตัวผู้หรือดอกตัวเมียเท่านั้น เช่น มะละกอ ตาล มะยมมะเดื่อ พืชที่มีลักษณะเหล่านี้คนทั่วไปมักเรียกชื่อเพศตามชนิดของดอกไปด้วยเช่น มะละกอที่มีดอกตัวผู้เรียกว่า “ มะละกอตัวผู้ ”