เตือน สึนามิจังหวัดแถบอันดามัน ด่วนมาก


ที่มา http://www.tmd.go.th/earthquake_report.php
สงวนลิขสิทธิ์ © 2007 กรมอุตุนิยมวิทยา
การนำข้อมูลบนเว็บไซต์นี้ไปใช้ให้อยู่ภายใต้เงื่อนไขของกรมอุตุนิยมวิทยาตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537


ที่มา http://www3.ipst.ac.th/secondsci/files/e-learning/atmosphere/toc/C0010005/cid20_p1.html#20


ที่มา http://www3.ipst.ac.th/secondsci/files/e-learning/atmosphere/toc/C0010005/index.html

ไขข้อข้องใจครูเกี่ยวกับหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น




ในปีการศึกษา 2553 ที่จะถึงนี้ โรงเรียนต่างๆก็จะเริ่มใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานปีพุทธศักราช 2551 อย่างเป็นทางการ โดยช่วงที่ผ่านมาคุณครูหลายท่านมีข้อสงสัยและสอบถามมายังสาขาวิทยาศาสตร์มัธยมศึกษา สสวท. เกี่ยวกับหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.ต้น ที่พัฒนาโดย สสวท. ในหลายประเด็น วันนี้จึงขอรวบรวม 5 คำถามที่พบบ่อย พร้อมคำตอบมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ระดับ ม.ต้นค่ะ
1. หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.ต้น ที่พัฒนาโดย สสวท. วางแผงหรือยัง สั่งซื้อที่ไหนราคาเท่าไหร่
หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.ต้นที่พัฒนาโดย สสวท. วางแผงแล้ว โดยวางแผงหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 2 เล่ม หนังสือพิมพ์สี่สี ด้วยกระดาษถนอมสายตา คุณครูสามารถสั่งซื้อได้ที่ ศึกษาภัณฑ์พานิชทุกสาขา เล่ม 1 ราคาเล่มละ 32 บาท เล่ม 2 ราคาเล่มละ 35 บาท

2. หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม. 2 และ ม.3 ที่พัฒนาโดย สสวท. จะวางแผงเมื่อไหร่
หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ระดับ ม.2 และ ม.3 จะวางแผงในปี 2554 และ 2555 ตามลำดับ

3.เมื่อโรงเรียนเลือกใช้หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.1 ของ สสวท .แล้วสามารถสลับบทเรียนได้หรือไม่
หนังสือเรียนเป็นเพียงแนวทาง ในการจัดการเรียนรู้ ครูสามารถสลับบทเรียนได้ตามความเหมาะสม แต่ทั้งนี้ต้องครอบคลุมตัวชี้วัด มาตรฐานหลักสูตรที่กำหนดไว้

4. หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ม.ต้น ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานปีพุทธศักราช 2551 ที่ออกมานี้แตกต่างกับหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ม.ต้น ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี 2544 อย่างไร
หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.ต้น ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีพุทธศักราช 2544 นั้นกำหนดไว้ 4 เล่ม แบ่งตามเนื้อหาสาระ ซึ่งเป็นหนังสือเรียนรายช่วงชั้น คุณครูผู้สอนต้องจัดแบ่งเนื้อหาสาระให้สอดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษาเอง ส่วนหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ม.ต้น ตามหลักสูตร ฯปี 2551 จะมีทั้งหมด 6 เล่ม แบ่งเป็นระดับชั้นละ 2เล่มโดยจัดเป็นรายภาค ภาคเรียนละ 1 เล่ม

5. ใช้หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ระดับ ม.ต้น ที่พัฒนาโดย สสวท. ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานปี 2544 ที่มีอยู่เดิมแทนได้หรือไม่
คุณครูสามารถใช้หนังสือวิทยาศาสตร์ ม.ต้นที่พัฒนาโดย สสวท. เดิม ซึ่งมีอยู่ 4 เล่ม เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในชั้นเรียนเพื่อให้สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานปี 2551 ได้โดย คุณครูต้องจัดเนื้อหาสาระให้สอดคล้องกับตัวชี้วัด ที่กำหนดไว้ใน หลักสูตรฯปี 2551
หวังว่า 5 คำถามคำตอบ เหล่านี้จะไขข้อข้องใจของคุณครูและผู้ปกครอง อีกทั้งสามารถเพิ่มความมั่นใจให้กับคุณครูในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในปีการศึกษานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กมลนารี ลายคราม
นักวิชาการสาขาวิทยาศาสตร์มัธยมศึกษา สสวท

ที่มา http://portal.ipst.ac.th/cs/ContentServer?
c=IPSTNews&pagename=Spark/Page/RssContent
DisplayLayout&cid=1269849430372


     ประเพณีบวชช้างหรือที่เรียกว่า แห่ช้างอยู่เคียงคู่ผู้คนทีมีสายเลือดไทยพวนมานานแล้ว คือ การนำช้างมาร่วมในพิธีบรรพชาอุปสมบทมาจากคติความเชื่อทางพุทธศาสนาว่า พระ เวสสันดรให้ช้างปัจจัยนาเคนทร์อันเป็นช้างเผือกคู่บารมีที่ชาวเมืองเชตุดรถือว่าเป็นมงคลหัตถีแก่พราหมณ์ทั้ง 8 จากแคว้นกลิงคราษฎร์ที่มาทูลขอเพื่อเป็นมงคลแก่บ้านเมืองที่ประสบทุพภิกขภัย
       ความเชื่อนี้เกี่ยวข้องกับอีกตำนานหนึ่ง คือ ตอนที่พระเจ้ากรุงสัญชัย พระราชบิดาของพระเวสสันดรขอให้พระเวสสันดรกลับมาเป็นกษัตริย์ตามเดิมนั้น พระองค์ได้จัดขบวนช้างม้าและรถประดับประดาเหมือนออกศึกสงครามให้สมเกียรติเพื่อไปรับพระเวสสันดรและพระนางมัทรีขบวนแห่ขับด้วยมโหรีและการละเล่นต่าง ๆ เป็นการเฉลิมฉลอง 
        ความเชื่ออีกประการหนึ่ง คือ คำสั่งสอนของพระพุทธองค์ที่มุ่งให้ผู้บวชถือปฏิบัติตนเพื่อไปสู่โลกอุดร หรือโลกุตรธรรม คือ ธรรมอันพ้นจากวิสัยของโลก ได้แก่ พระนิพพาน แต่คนทั่วไปเข้าใจว่า อุดร หมายถึงทิศเหนือ ซึ่งมีสัญลักษณ์ คือ ช้าง ชาวไทยพวนเรียกสัญลักษณ์ประจำทิศเหนือว่า "โงนงก" คือ ช้างและนำมาเป็นส่วนร่วมในขบวนแห่มาจนทุกวันนี้ที่ตำบลหาดเสี้ยว อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย มีการจัดงานบวชที่น่าสนใจมากโดยจัดพร้อมกันทั้งตำบล ก่อนบวชเจ้าภาพจะจัดให้นาคนั่งบนคอช้าง พร้อมด้วยญาติมิตรนำอัฐบริขาร    ขี่บนหลังช้างแห่เป็นริ้วขบวนยิ่งใหญ่รอบหมู่บ้าน งานบวชพระแห่นาคด้วยขบวนช้างมักเรียกกันสั้น ๆ ว่า "งานบวชช้าง" แต่เดิมจัดวันแห่ในวันแรม 3 ค่ำ เดือน 4 และบวชในวันแรม 4 ค่ำ เดือน 4 ต่อมาตั้งแต่ พ.ศ. 2524 ได้เปลี่ยนวันแห่เป็นวันที่ 7 เมษายนของทุกปี และวันบวชเป็นวันที่ 8 เมษายนของทุกปี
        ก่อนวันบวชหนึ่งวัน สตรีชาวไทยพวนจะชวนกันไปเที่ยวบ้าน คือ ไปบอกบุญหรือไหว้วานกันให้มาช่วยงานบวช
       วันที่สอง คือวันแห่นาค เจ้าภาพจะทำการ "แถ" หรือโกนผม โกนคิ้ว ผู้ที่จะบวชและตกแต่งตัวให้อย่างสวยงาม เครื่องแต่งกายของนาคประกอบด้วยผ้านุ่ง ผ้าม่วง ผ้าไหม สวมเสื้อกำมะหยี่หรือเครื่องนุ่งห่มที่แพรวพราว สวมเครื่องประดับต่าง ๆ เช่น เข็มขัดนาก เพชร พลอย อันมีความหมายถึงความหลงใหลในความงามของทรัพย์ภายนอกและพร้อมที่จะไปแสวงหาทรัพย์ภายใน (อริยทรัพย์) และสวมแว่นดำ มีความหมายว่า ยังเป็นผู้มืด เพราะยังไม่ได้ศึกษาพระธรรมวินัย ศีรษะสวมเทริด หรือเรียกว่า กระโจม อันเป็นเครื่องทรงของพระอินทร์ และเป็นสัญลักษณ์หงอนนาค กระจกที่ติดสองข้างหูเพื่อไว้สำรวจตัวเอง ระลึกถึงความหลังพร้อมที่จะสละ ประนมมือด้วยแผ่นหรือแป้นวงกลมเรียกว่า "สักกัจจัง" แปลว่า เครื่องหมายแห่งความเคารพ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 7-8 นิ้ว ด้ามเป็นรูปพญานาค ถือเครื่องประดับและเครื่องบูชาต่าง ๆ เช่น ดอกไม้ ธูป เทียนเรียกว่า ขันธ์ 5 ร่มที่ใช้กางเป็นร่มใหญ่(สัปทน) มีหลายสี เรียกว่า "จ้อง" หรือ "คันญู"  ควาญช้างและญาติตลอดจนเพื่อน ๆ ของนาคจะแต่งตัวให้ช้างเช่นกัน โดยนำช้างลงไปอาบน้ำในแม่น้ำยม จัดแต่งผ้าคลุมหัวช้างพร้อมผ้าปูลาดบนหลังช้าง นำโซ่กระดึงหรือกระดิ่งคล้องคอหรือหลังให้ดังกรุ๋งกริ๋งตลอดทางที่ช้างเดินในขบวนแห่ นำแพรพรรณที่สวยงาม หรือด้ายขวัญขาวแดงผูกแต่งที่งาช้าง ตามตัวใช้ชอล์กเขียนคำขวัญ คติ คำคม ต่าง ๆ ตลอดจนคำหยอกล้อนาค หรือเจ้าภาพ
       เมื่อแต่งตัวให้นาคและช้างเสร็จก็จัดริ้วขบวนให้นาคนั่งบนคอช้างประนมมือถือ
สักกัจจัง และขันธ์ 5 โดยมีคณะญาติและเพื่อน ๆ นั่งบนหลังช้าง และกางสัปทนให้นาค การจัดขบวนแห่นั้น เจ้าภาพจะนำหมวกสานหรืองอบพ่นสี เขียนชื่อนาค หรือคำหยอกล้อต่าง ๆ เป็นของชำร่วยให้แก่ผู้ที่ร่วมขบวนแห่เพื่อใช้กันแดด ตามด้วยขบวนแตรวง หรือกลองยาว ถือ เทียนเอก เทียนอนุศาสน์ กรวยอุปัชฌาย์ ผ้าไตร อัฐบริขาร และเครื่องไทยทาน เดินนำหน้าขบวนช้างจากบ้านงาน

        ไปรวมกันที่วัดหาดเสี้ยวประมาณบ่ายโมง เมื่อไปถึงวัดแล้ว พ่อ แม่จะนำนาคลงจากหลังช้าง ถือขันธ์ 5 ไปสักการะเจ้าวัดที่ศาลพระภูมินาคจะถือแต่สักกัจจังนั่งบนคอช้างคอยคณะกรรมการจัดขบวนตามลำดับชื่อเจ้าภาพเมื่อเรียบร้อยแล้วก็จะให้นาคมารับศีลจากพระภิกษุ ขบวนแห่นาคที่จัดอันดับไว้จะออกเดินทางจากวัดหาดเสี้ยวเป็นริ้วขบวนอันยาวเหยียด ผ่าน ตลาด หมู่บ้าน และออกไปวนรอบทุ่งนา รอบหมู่บ้านและแยกย้ายกันกลับบ้านเพื่อให้นาคและผู้ร่วมขบวนได้พักผ่อน เตรียมตัวเข้าพิธีทำขวัญนาคในตอนเย็นหรือตอนค่ำต่อไป
        ปัจจุบันการจัดงานบวชช้างหาดเสี้ยวจะทำขวัญนาคเป็นพิธีใหญ่รวมกันในตอนบ่ายหลังจากขบวนแห่นาคมาครบ วันรุ่งขึ้นเป็นพิธีบวช หลังจากจัดเลี้ยงอาหารเช้าก็จัดขบวนแห่จากบ้านเป็นขบวนเดินเท้ามาที่วัด นาคจะแต่งกายชุดขาวเดินประนมมือถือสักกัจจัง และขันธ์ 5 มีการโปรยข้าวสารใส่ศีรษะซึ่งกันและกันของผู้ที่อยู่ในขบวนแห่ ทำให้เกิดความสนุกสนาน

 

เมื่อมาถึงวัดหาดเสี้ยวแล้ว นาคจะนำขันธ์ 5 สักการะเจ้าวัดที่ศาลพระภูมิอีกครั้งหนึ่ง แล้วเดินทักษิณาวรรตรอบโบสถ์ 3 รอบ ล้างเท้าและมีคนให้นาคขี่หลังส่งขึ้นโบสถ์ วันทาเสมาโบสถ์ โปรยทาน เสร็จแล้วเข้าสู่พิธีบรรพชาบวชเป็นจั่วอ้าย หรือสามเณร และอุปสมบทเป็นเจ้าหัว หรือ พระภิกษุ เป็นอันเสร็จพิธี

ที่มาhttp://www.info.ru.ac.th/province/sukhotai/ep1.htm



งานประเพณีบวชช้างหาดเสี้ยว เป็นประเพณีของชาวบ้านไทยพวนหาดเสี้ยว ที่อพยพมาจากเมืองเชียงขวางของเมืองเวียงจันทน์ ประเทศลาว และยังคงมีการสืบทอดขนบธรรมเนียมประเพณีมากกว่า 150 ปี ชาวหาดเสี้ยวมีความเชื่อเกี่ยวกับพุทธศาสนา คำสั่งสอนของพระพุทธองค์ที่มุ่งให้ผู้บวชถือปฏิบัติตนเพื่อไปสู่โลกอุดร หรือโลกุตรธรรม คือ ธรรมอันพ้นจากวิสัยของโลก ได้แก่ พระนิพพาน จึงมีประเพณีบวชนาคด้วยช้างหาดเสี้ยวขึ้น ในทุกวันที่ 7 เมษายน ของทุกปี และจะนำช้างร่วมขบวนแห่ด้วยเพราะมีความเชื่อจากเรื่องพระเวสสันดรทรงช้างปัจจัยนาเคนทร์ช้างคู่บารมี และยังมีความเชื่อในเรื่องของการบันดลบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล พืชพันธ์ธัญญาหารสมบูรณ์   

       ขบวนแห่ช้างในปีนี้มีผู้อุปสมบทและช้างเข้าร่วมขบวนแห่มากกว่า 20 เชือก ผู้ที่เข้ามาร่วมงานจะแต่งกายพื้นเมือง ที่สวยงามและมารวมกันที่วัดหาดเสี้ยวเพื่อทำพิธี และหลังจากนั้นขบวนแห่จะเคลื่อนจากออกวัดหาดเสี้ยว แห่ไปรอบหมู่บ้าน ผ่านแม่น้ำยม ก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เทศบาลตำบลหาดเสี้ยว   โทรศัพท์ 055 671 122
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุโขทัย   โทรศัพท์ 055 616 228-9

การทำวิเคราะห์ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ง่ายๆและสนุก ทำดูครับ

ที่มา http://e-learning.vec.go.th/elearning/elearning/files/excel/research/03SD.htm
บทเรียนนี้จัดทำโดย...วิทยาลัยสารพัดช่างพิษณุโลกร่วมกับสำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ

ลองทำ การป้องกันแผ่นงาน ดูนะครับ ดีไปหลายอย่าง

ที่มา http://e-learning.vec.go.th/elearning/elearning/files/excel/030openPassword1.htm
บทเรียนนี้จัดทำโดย...วิทยาลัยสารพัดช่างพิษณุโลกร่วมกับสำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ

การเปิดสมุดงานที่มีรหัสผ่าน ง่ายนิดเดียว ลองทำดูครับ

ที่มาhttp://e-learning.vec.go.th/elearning/elearning/files/excel/030openPassword1.htm
บทเรียนนี้จัดทำโดย...วิทยาลัยสารพัดช่างพิษณุโลกร่วมกับสำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ