หลวงปู่ทวด เหยียน้ำทะเลจืด


สมเด็จหลวงพ่อทวด เหยียน้ำทะเลจืด หลวงพ่อทวด หรือ สมเด็จพะโคะ มีนามเดิมว่าปู เป็นบุตรนายหู นางจัน วัน เดือน ปีเกิดของเด็กชายปูบ้างว่าเป็นเดือน ๔ ปีมะโรง ตรงกับ พ.ศ. ๒๑๒๕ บ้างว่าปี พ.ศ. ๙๙๐ ฉลู สัมฤทธิศก บ้างว่า พ.ศ.๒๑๓๑ โดยอนุมาน เข้าใจว่าคงเป็นปลายสมัยมหาธรรมราชา อาจเป็นปี พ.ศ. ๒๑๒๕ หรือ ๒๑๓๑ตอนเด็กชายปูยังเป็นทารก มีเรื่องเล่าเป็นปาฏิหาริย์เอาไว้ว่าหลังจากนางจันเลิกอยู่ไฟก็ออกเกี่ยวข้าวทันที วันหนึ่งนางไปเก็บข้าวก็เอาบุตรให้นอนในเปลใต้ต้นหว้า งูตะบองสลาขึ้นมานอนบนเปลนั้น มารดา บิดาเห็นก็ตกใจ งูก็เลื้อยหายไป แต่ได้คายแก้ววิเศษเอาไว้ให้  เมื่อเด็กชายปูอายุได้ ๗ ขวบ บิดาได้นำไปฝากไว้กับท่านสมภารจวง ซึ่งเป็นพี่ชายของนางจันผู้เป็นมารดา (หลวงลุง) วัดกุฏิหลวง (วัดดีหลวง) เพื่อให้เล่าเรียนหนังสือ เด็กชายปูมีความเฉลียวฉลาดมากสามารถเรียนหนังสือขอมและไทยได้อย่างรวดเร็ว ครั้นอายุได้ ๑๐ ขวบ ก็บวชเป็นสามเณรและบิดาได้มอบแก้ววิเศษไว้เป็นของประจำตัว ต่อมาสามเณรปูได้ไปศึกษาต่อกับพระชินเสน
ที่วัดสีหยัง (สีคูยัง) ซึ่งเป็นพระอาจารย์ที่เชี่ยวชาญและมีชื่อเสียงมากมาจากกรุงศรีอยุธยา เมื่ออายุได้ ๒๐ ปีบริบูรณ์ ได้เดินทางไปศึกษาต่อที่นครศรีธรรมราช ณ สำนักพระมหาเถระปิยทัสสี ต่อมาก็ได้เข้ารับการอุปสมบท มีฉายาว่า “ราโมธมฺมิโก” แต่คนทั่วๆไปเรียกว่า “เจ้าสามีราม” เจ้าสามีรามได้ศึกษา อยู่ที่วัดท่าแพ วัดสีมาเมือง และวัดอื่นๆ อีกหลายวัด


 
  เมื่อเห็นว่าการศึกษาที่นครศรีธรรมราชเพียงพอ จึงได้ขอโดยสารเรือสำเภาเดินทางไปกรุงศรีอยุธยา ขณะเดินทางถึงเมืองชุมพรเกิดคลื่นลมทะเลปั่นป่วนเรือไม่สามารถแล่นฝ่าคลื่นลมไปได้ต้องทอดสมออยู่ถึง ๗ วัน ทำให้เสบียงอาหารและน้ำหมด บรรดาลูกเรือจึงตั้งข้อสงสัยว่าการที่เกิดอาเพศในครั้งนี้เป็นเพราะเจ้าสามีราม จึงตกลงใจให้ส่งเจ้าสามีรามขึ้นเกาะ ได้นิมนต์ให้เจ้าสามีรามลงเรือมาด ขณะนั้งอยู่ในเรือมาดนั้นท่านได้ห้อยชายเท้าแช่ลงไปในทะเล ก็บังเกิดอัศจรรย์ น้ำทะเลบรเวณนั้นเป็นประกายแวววาวโชติช่วง เจ้าสามีรามจึงบอกให้ลูกเรือตักน้ำขึ้นมาดื่มก็รู้สึกว่าเป็นน้ำจืดจึงช่วยกันตักไว้จนเพียงพอ นายสำเภาจึงนิมนต์ให้ขึ้นสำเภาอีกและตั้งแต่นั้นเจ้าสามีรามเป็นชีต้น หรืออาจารย์ของสำเภาอิน สืบมา
  อภินิหารที่ท่านสามีรามเหยียบน้ำทะเลจืดเป็นที่โจษขานมาจนถึงบัดนี้ และเหตุการณ์ตอนนี้เล่าเสริมพิศดารขึ้นว่า ตอนแรกนายอินเชื่อมั่นว่าพระสามีรามเป็นกาลกิณีเรือจึงต้องพายุเพราะก่อนมาไม่เคยเป็น เมื่อคลื่นสงบจึงคิดจะเอาเจ้าสามีรามปล่อยเกาะ แต่ครั้นเห็นปฏิหาริย์จึงขอขมาโทษ

  ในยุคนี้และสมัยนี้ เกือบจะไม่มีชาวไทยคนใดเลย ที่จะไม่ได้ยินหรือได้ฟังกิติศัพท์เล่าลือเกี่ยวกับ ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ความศักดิ์สิทธิ์อันนี้ บ้างก็เป็นเรื่องของการคลาดแคล้วจากอุบัติเหตุสยอง จากไฟไหม้หรือภัยพิบัติ นานานับประการ และหลวงพ่อทวดมิใช่จะคุ้มครองเฉพาะในด้านอุบัติเหตุเท่านั้น แม้แต่ในทางโชคลาภ ก็ให้ผลอย่างดีที่สุด ดังที่ได้ประจักษ์แก่ผู้เลื่อมใสมาแล้ว

 
    
  “วัดห้วยมงคล” เป็นวัดที่ประดิษฐานรูปเหมือนหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลกแต่เดิมใช้ชื่อว่า “วัดห้วยคต” ตั้งอยู่ในชุมชนบ้านห้วยคต ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานนามใหม่จากห้วยคตเป็นห้วย“มงคล”ซึ่งปัจจุบัน ใช้เป็นทั้งชื่อหมู่บ้าน วัด โรงเรียน และโครงการต่างๆ อีกมากมาย

  กว่าสี่สิบปีแล้วที่หมู่บ้านห้วยมงคล เป็นที่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จมาเยี่ยมประชาชนด้วยโครงการต่างๆที่เกิดขึ้นในหมู่บ้าน เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับผสกนิกรได้มีฐานะดีขึ้น ประชาชนมีสุขกันทั่วหน้า และโครงการต่างๆ ก็ดำเนินไปได้ด้วยดี เพราะมีส่วนราชการให้การดูแล รวมทั้งทรงอุปถัมภ์วัดห้วยมงคลไว้ให้เป็นที่พึ่งทางใจสำหรับชาวบ้าน

  ต่อมาพระครูปภัสรวรพินิจ หรือพระอาจารย์ไพโรจน์ ปภัสสโร เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคลองค์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นนักพัฒนาที่มีศีลจารวัตที่ดีงามเป็นที่เคารพบูชาของคนในชุมชนบ้านห้วยมงคล และพลเอกวิเศษ คงอุทัยกุล รองสมุหราชองครักษ์ ได้มีดำริที่จะสร้าง “หลวงพ่อทวด” องค์ใหญ่ที่สุดในโลกเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันมหามงคลเฉลิมพนะชนมพรรษาครบ ๖ รอบ รวมทั้งเผยแผ่และสืบทอด พระพุทธศาสนา อีกทั้งให้เป็นที่เคารพสักการะบูชา และเป็นที่พึ่งทางใจ ของเหล่าพุทธศาสนิกชน

    

  ด้วยเรื่องราวอิทธิปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อทวด (เหยียบน้ำทะเลจืด) ที่พุทธศาสนิกชนในภาคใต้ให้ความเคารพเลื่อมใสมาเป็นเวลานาน และรู้จักเป็นอย่างดี จึงก่อเกิดการร่วมมือร่วมใจจากหลายองค์กรทั้งทางภาครัฐ และเอกชน ในการสร้างปฏิมากรรมองค์จำลองหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก โดยกาลนี้ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนารถ ทรงเสด็จพระราชดำเนินทรงทอดพระเนตร เททองหล่อองค์หลวงพ่อทวด เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๔๗ และพระราชทานพระราชานุญาตให้คณะกรรมการจัดสร้างอัญเชิญพระนามาภิไธยย่อ ส.ก. ขึ้นประดิษฐานที่หน้าองค์รูปหล่อองค์หลวงพ่อทวด

  นอกจากนี้ที่วัดห้วยมงคลแห่งนี้ ยังมีหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจือแกะสลักจากไม้ตะเคียนทองขนาดใหญ่อายุกว่าพันปี มราฝังอยู่ในทรายใต้แม่น้ำยม จ.แพร่ ลึกกว่า ๑๐ เมตร ชาวบ้านเชื่อกันว่า ต้นไม้ที่มีแก่นสูง ๑ คีบขึ้นไปจะมีรุกขเทวดาสถิตอยู่ เพื่อปกป้องคุ้มครอง คนที่มาสักการะบูชา เมื่อนำต้นตะเคียนทองมาทำรูปเคารพ เช่นแกะสลักเป็นหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด จึงมีอานุภาพและความศักดิ์สิทธิ์เป็นทวีสิทธิ์ ดลบันดาลให้ทุกท่าน ประสบแต่ความสุข ความเจริญปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ

    

  บัดนี้รูปหล่อหลงพ่อทวดองค์ใหญ่มี่สุดในโลกซึ่งหล่อด้วยโลหะผสม หน้าตักกว้าง ๙.๙ เมตร สูง ๑๑.๕ เมตร บนฐานสูง ๓ ชั้น ชั้นล่างกว้าง ๗๐ เมตร ยาว ๗๐ เมตร ได้จัดสร้างเสร็จสมบูรณ์เป็นที่เรียบร้อย พร้อมที่จะให้พุทธศาสนิกชนทั่วทั้งประเทศได้เดินทางมานมัสการ กราบไหว้ เคารพ สักการะ ด้วยเส้นทางที่สะดวกต่อการคมนาคม

  การเดินทาง จากหัวหินใช้เส้นทางหนองพลับ-ป่าละอู(ทางหลวงหมายเลข 3218) ระยะทางประมาณ 14กิโลเมตร ถึงตำบลทับใต้เลี้ยวซ้ายที่สี่แยกหนองตะเภา แล้วเข้าไปตามทางจนถึงวัดห้วยมงคล เปิดระหว่างเวลา 05.00-22.00 น.

ลูกคิด (ABACUS)




ประวัติความเป็นมาของลูกคิด
มนุษย์เริ่มรู้จักการใช้นิ้วมือและนิ้วเท้าของตนเพื่อช่วยในการคำนวณ และพัฒนามาใช้อุปกรณ์อื่น ๆ เช่น ลูกหิน  ใช้เชือกร้อยลูกหินคล้ายลูกคิดจนมาถึงลูกคิดประวัติความเป็นมาของลูกคิดเท่าที่ค้นหาได้  แบ่งออกเป็น 2 แนวทางคือ
แนวทางที่1. กล่าวว่า   จากหลักฐานประวัติศาสตร์พบว่า ลูกคิดเป็นเครื่องคำนวณที่ชาว
จีนใช้กันมากว่า 7,000 ปี และใช้กันในอียิปต์โบราณมากว่า 2,500 ปี
แนวทางที่2. กล่าวว่า   ในระยะ 5,000 ปีที่ผ่านมา มนุษย์เริ่มรู้จักการใช้นิ้วมือและนิ้วเท้าของตนเพื่อช่วยในการคำนวณ และพัฒนา มาใช้อุปกรณ์อื่น ๆ เช่น ลูกหิน ใช้เชือกร้อยลูกหินคล้ายลูกคิด   ต่อมาประมาณ 2,600 ปีก่อนคริสตกาล ชาวจีนได้ประดิษฐ์เครื่องมือเพื่อใช้ในการ คำนวณขึ้นมาชนิดหนึ่ง เรียกว่า ลูกคิด
ลูกคิดเป็นเครื่องคำนวณเครื่องแรกที่มนุษย์ได้ประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมา ซึ่งถือได้ว่า เป็นอุปกรณ์ใช้ช่วยการคำนวณที่เก่าแก่ที่สุดในโลกและคงยังใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน   พัฒนาการของอุปกรณ์ในปัจจุบันที่มีพื้นฐานมาจากลูกคิดก็คือ เครื่องคิดเลข และคอมพิวเตอร์
ลูกคิดที่ยังมีใช้กันอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ คือ ลูกคิดจีน และ ลูกคิดญี่ปุ่น  ลักษณะลูกคิดของจีนมีตัวนับข้างบน 2 แถว ข้างล่าง 5 แถว   ขณะที่ลูกคิดของญี่ปุ่นมีตัวนับข้างบน 1 แถว ข้างล่าง 4 แถว   แม้ลูกคิดจะเป็นอุปกรณ์คำนวณสมัยเก่า แต่ก็มีความสามารถในการคำนวณเลขได้ทุกระบบ
ภาพที่1. ลูกคิดจีน
chinese abacus
ภาพที่2. ลูกคิดญี่ปุ่น
japanese abacus
ภาพที่3. เปรียบเทียบการคำนวณของลูกคิดจีน  ญี่ปุ่น   รัสเซีย
3 types abacus
ภาพที่4. กระดานคำนวณของชาวกรีกโบราณ3 types abacus (2)
3 types abacus (3)
แบบโบราณจากเกาะกรีกของชาวซาลามิสเป็นแผ่นหินอ่อนขนาดยาว 1.5 เมตร เชื่อกัน
ว่าพวกแลกเปลี่ยนเงินตรานำไปใช้ในโบสถ์ ข้อความที่จารึกไว้บนแท่งหินแสดงรายการ
ราคาและชื่อของเหรียญต่างๆ เช่น แดร็กมา แทลเลนส์ และโอโบล เป็นต้น

ความหมาย ลูกคิด จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เป็นเครื่องมือสำหรับใช้คำนวณ นับเป็นเครื่องคิดเลข ยุคแรกๆ ของโลก ประกอบด้วยโครงสี่เหลี่ยม และมีแกนร้อยตัวลูกคิดกลมๆ สำหรับใช้นับเลข สามารถเลื่อนขึ้นลงได้ ลูกคิดแบบเชิงกลเช่นนี้มีด้วยกันหลายแบบ และหลายภูมิภาค เช่น บาบิโลน โรมัน จีน ญี่ปุ่น แต่ที่รู้จักกันดีคือลูกคิดแบบจีน
ความหมาย ลูกคิด จาก NECTEC   Thailand
ลูกคิด เป็นเครื่องคำนวณเครื่องแรกที่มนุษย์ได้ประดิษฐ์ คิดค้นขึ้นมาโดยชาวตะวันออก(ชาวจีน) และยังมีใช้งานอยู่ในปัจจุบัน มีลักษณะต่างๆออกไป เช่น ลูกคิดของจีนจะมีตัวนับรางบนสองแถว ขณะที่ลูกคิดญี่ปุ่นจะมีตัวนับรางบนเพียงแถวเดียว แม้เป็นอุปกรณ์สมัยเก่า แต่ก็มีความสามารถในการคำนวณเลขได้ทุกระบบ

ลูกคิดที่นิยมใช้กันมีอย่างน้อย 10 หลัก แต่ละหลักจะมีลูกคิดหลักละ 7 ลูก
มีขื่อกั้นแบ่งลูกคิดตอนบนและตอนล่าง ตอนบนมีลูกคิดหลักละ 2 ลูก ตอนล่างมีลูกคิดหลักละ 5 ลูก

ส่วนประกอบของลูกคิด
คำอธิบาย ส่วนประกอบของ ลูกคิด
  Frame  ขอบ(กรอบ)ราง
  Upper Deck  กรอบรางตอนบน
  Lower Deck  กรอบรางตอนล่าง
  Beam  ขื่อ
  Rods  หลัก(แกนราง)
  Beads  เม็ดลูกคิด



วิธีนับหลักของลูกคิดว่าหลักใดเป็นหลักหน่วย หลักสิบ หลักร้อย หลักพัน ฯลฯ มีวิธีนับเช่นเดียวกับการนับหลักจำนวนเลขตามวิธีเลขคณิต โดยเลือกกำหนดให้แกนรางหลักสุดท้ายหรือหลักขวาสุดเป็นหลักหน่วย และไล่หลักทางซ้ายมือต่อๆไป

หรือหากมีความชำนาญแล้ว สามารถกำหนดแกนรางตำแหน่งใดๆเป็นหลักหน่วย
  <-- แกนถัดไปทางซ้าย 1 แกนเป็นหลักสิบ
  <-- แกนถัดไปทางซ้าย 2 แกนเป็นหลักร้อย
  <-- แกนถัดไปทางซ้าย 3 แกนเป็นหลักพัน
  --> แกนถัดไปทางขวา 1 แกนเป็นทศนิยมตำแหน่งที่ 1
  --> แกนถัดไปทางขวา 2 แกนเป็นทศนิยมตำแหน่งที่ 2
ความหมายของคำที่ใช้ในการดีดลูกคิด

  • ให้    หมายความว่า  เพิ่ม หรือ บวก
  • ทด   หมายความว่า  เพิ่มไปข้างหน้าทางซ้ายมือหนึ่งหลัก
  • ถอน หมายความว่า  ลบออก หรือ หักออก
  • ยืม   หมายความว่า  ยืมจากทางซ้ายมือหนึ่งหลัก
    วิธีใช้นิ้ว
    การใช้นิ้วในการดีดลูกคิดให้ถูกหลักและวิธี จะต้องใช้นิ้ว 3 นิ้วช่วยกัน คือ นิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ และนิ้วกลาง ในขณะดีดลูกคิดไม่ควรให้ข้อศอกของมือที่ใช้ดีดลูกคิดแตะพื้นโต๊ะ การฝึกดีดลูกคิดให้ถูกหลักและวิธี จะทำให้คิดเลขได้คล่องแคล่ว เกิดความชำนาญและสามารถคิดเลขได้รวดเร็วไม่แพ้การใช้เครื่องคิดเลข

    การใช้นิ้วทั้ง 3 ในการดีดลูกคิดจะแบ่งหน้าที่กัน ดังนี้
  • นิ้วหัวแม่มือ ใช้สำหรับดีดลูกคิดตอนล่างขึ้น
  • นิ้วชี้           ใช้สำหรับดีดลูกคิดตอนบนและตอนล่างลง และช่วยนิ้วหัวแม่มือจับลูกคิดตอนล่างขึ้น
  • นิ้วกลาง      ใช้สำหรับดีดลูกคิดตอนบนขึ้น
    วิธีใช้นิ้วดีดลูกคิด

    ค่าของเม็ดลูกคิด
  • เม็ดลูกคิด ตอนบน  มีค่าเม็ดละ 5 หน่วย
    หลักหน่วย   มีค่า        5
    หลักสิบ       มีค่า      50
    หลักร้อย     มีค่า     500
    หลักพัน      มีค่า  5,000
  • เม็ดลูกคิด ตอนล่าง มีค่าเม็ดละ 1 หน่วย
    หลักหน่วย   มีค่า        1
    หลักสิบ       มีค่า      10
    หลักร้อย     มีค่า     100
    หลักพัน      มีค่า  1,000

    ดังนั้น ลูกคิดตอนล่าง 5 ลูก มีค่าเท่ากับลูกคิดตอนบน 1 ลูก
    และ ลูกคิดตอนบน 2 ลูก มีค่าเท่ากับลูกคิดตอนล่างถัดไปทางซ้ายมือ 1 ลูก

    เมื่อต้องการดีดลูกคิด ต้องจัดลูกคิดตอนบนเลื่อนขึ้นไปติดขอบบน และลูกคิดตอนล่างเลื่อนไปติดขอบล่าง โดยปล่อยตรงกลางระหว่างขื่อว่างไว้ เวลาคิดจะเลื่อนลูกคิดไปติดขื่อ 
    อ่านค่าการคำนวณจากเม็ดลูกคิดที่ติดขื่อ
    ตัวอย่าง จากภาพอ่านค่าได้เป็น 8,215 (แปดพันสองร้อยสิบห้า)
    8,215

    หลักในการตั้งตัวเลข
    ในการดีดลูกคิดจะตั้งหลักใดเป็นหลักหน่วยก็ได้ แต่ต้องจำให้ได้ โดยปกตินิยมให้หลักหน่วยอยู่ชิดขอบขวามือ แล้วนับหลักถัดไปทางซ้ายมือเป็นหลักสิบ หลักร้อย หลักพัน ตามลำดับ ตัวอย่างเช่นตั้งตัวเลข 
    8,215

    ตั้ง 
    หลักพัน เป็นอันดับแรก โดยเลื่อนลูกคิดตอนบนลงมาติดขื่อ 1 ลูก และเลื่อนลูกคิดตอนล่างขึ้นไปติดขื่อ 3 ลูก (5+3=8)
    ตั้ง 
    หลักร้อย เป็นอันดับถัดมา โดยเลื่อนลูกคิดตอนล่างขึ้นไปติดขื่อ 2 ลูก (2)
    ตั้ง 
    หลักสิบ เป็นอันดับถัดมา โดยเลื่อนลูกคิดตอนล่างขึ้นไปติดขื่อ 1 ลูก (1)
    ตั้ง 
    หลักหน่วย เป็นอันดับสุดท้าย โดยเลื่อนลูกคิดตอนบนลงมาติดขื่อ 1 ลูก (5)
    วิธีบวกด้วยลูกคิด
    วิธีบวกด้วยลูกคิดจะเริ่มบวกตั้งแต่หลักทางซ้ายมือไปหาหลักทางขวามือ หรือจากหลักที่มีค่าสูงไปหาหลักที่มีค่าต่ำ(หลักหน่วย) เช่นเดียวกับการตั้งตัวเลข และเป็นทางตรงกันข้ามกับการบวกด้วยวิธีเลขคณิต ซึ่งบวกจากทางขวามือไปทางซ้ายมือ หรือเริ่มบวกจากหลักหน่วย ไปหาหลักสิบ หลักร้อย ตามลำดับ

    ตัวอย่าง  8215+1260
    วิธีเลขคณิต
    8 2 1 5
    1 2 6 0 +9 4 7 5
    การบวกตามวิธีเลขคณิตจะเริ่มบวกจากหลักหน่วย ไปหาหลักสิบ หลักร้อย หลักพัน ตามลำดับ

    วิธีลูกคิด
    +1260
    ลูกคิดที่ระบาย
    สีดำ เป็นตัวตั้ง | ลูกคิดที่ระบายสีน้ำเงิน เป็นตัวบวก

    การตั้งตัวเลข 8215 จะตั้งตามลำดับ ดังนี้
    ตั้ง 
    หลักพัน เป็นอันดับแรก โดยเลื่อนลูกคิดตอนบนลงมาติดขื่อ 1 ลูก และเลื่อนลูกคิดตอนล่างขึ้นไปติดขื่อ 3 ลูก (5+3=8)
    ตั้ง 
    หลักร้อย เป็นอันดับถัดมา โดยเลื่อนลูกคิดตอนล่างขึ้นไปติดขื่อ 2 ลูก (2)
    ตั้ง 
    หลักสิบ เป็นอันดับถัดมา โดยเลื่อนลูกคิดตอนล่างขึ้นไปติดขื่อ 1 ลูก (1)
    ตั้ง 
    หลักหน่วย เป็นอันดับสุดท้าย โดยเลื่อนลูกคิดตอนบนลงมาติดขื่อ 1 ลูก (5)

    การบวกตัวเลข 1260 จะบวกตามลำดับ ดังนี้
    บวก 
    หลักพัน เป็นอันดับแรก โดยให้ลูกคิดตอนล่างขึ้นไปติดขื่อ 1 ลูก (1)
    บวก 
    หลักร้อย เป็นอันดับถัดมา โดยให้ลูกคิดตอนล่างขึ้นไปติดขื่อ 2 ลูก (2)
    บวก 
    หลักสิบ เป็นอันดับถัดมา โดยให้ลูกคิดตอนบนลงมาติดขื่อ 1 ลูก และให้ลูกคิดตอนล่างขึ้นไปติดขื่อ 1 ลูก (5+1=6)
    บวก 
    หลักหน่วย เป็นอันดับสุดท้าย โดยให้ลูกคิดตอนล่างขึ้นไปติดขื่อ 0 ลูก (0)อ่านค่าการคำนวณจากเม็ดลูกคิดที่ติดขื่อ จากภาพอ่านค่าได้เป็น 9,475 (เก้าพันสี่ร้อยเจ็ดสิบห้า)
    9475

    ในการดีดลูกคิดให้ชำนาญ คล่องแคล่ว รวดเร็ว จะต้องใช้นิ้วถูกต้อง คิดตามลำดับขั้น

    วิธีลบด้วยลูกคิด
    วิธีลบด้วยลูกคิดนั้นตรงข้ามกับการบวก การบวกคือการให้หรือเพิ่ม ส่วนการลบนั้นคือการถอนหรือหักให้น้อยลง เมื่อต้องการลบเลขจำนวนหนึ่งออกจากเลขอีกจำนวนหนึ่ง จะต้องตั้งตัวเลขบนลูกคิดเช่นเดียวกับการตั้งเลขเมื่อต้องการบวก จำนวนเลขที่จะนำไปลบตัวตั้งนั้น เริ่มลบตั้งแต่หลักซ้ายมือไปหาหลักขวามือ เช่นเดียวกับการบวกตัวเลขด้วยลูกคิด แต่ต่างกับการลบเลขตามวิธีเลขคณิต
    ตัวอย่าง  9475-2351
    วิธีเลขคณิต
    9 4 7 5
    2 3 5 1 -7 1 2 4
    การลบตามวิธีเลขคณิตจะเริ่มลบจากหลักหน่วย ไปหาหลักสิบ หลักร้อย หลักพัน ตามลำดับ

    วิธีลูกคิด
    -2351
    ลูกคิดที่ระบาย
    สีแดง เป็นตัวลบ | ลูกคิดที่ระบายสีน้ำเงิน เป็นตัวให้ หรือเพิ่ม

    การตั้งตัวเลข 9475 จะตั้งตามลำดับ ดังนี้
    ตั้ง 
    หลักพัน เป็นอันดับแรก โดยเลื่อนลูกคิดตอนบนลงมาติดขื่อ 1 ลูก และเลื่อนลูกคิดตอนล่างขึ้นไปติดขื่อ 4 ลูก (5+4=9)
    ตั้ง 
    หลักร้อย เป็นอันดับถัดมา โดยเลื่อนลูกคิดตอนล่างขึ้นไปติดขื่อ 4 ลูก (4)
    ตั้ง 
    หลักสิบ เป็นอันดับถัดมา โดยเลื่อนลูกคิดตอนบนลงมาติดขื่อ 1 ลูก และเลื่อนลูกคิดตอนล่างขึ้นไปติดขื่อ 2 ลูก (5+2=7)
    ตั้ง 
    หลักหน่วย เป็นอันดับสุดท้าย โดยเลื่อนลูกคิดตอนบนลงมาติดขื่อ 1 ลูก (5)

    การลบตัวเลข 2351 จะลบ หรือถอนออกตามลำดับ ดังนี้
    ลบ 
    หลักพัน เป็นอันดับแรก โดยถอนลูกคิดตอนล่างลงจากขื่อ 2 ลูก (2)
    ลบ 
    หลักร้อย เป็นอันดับถัดมา โดยถอนลูกคิดตอนล่างลงจากขื่อ 3 ลูก (3)
    ลบ 
    หลักสิบ เป็นอันดับถัดมา โดยถอนลูกคิดตอนบนขึ้นจากขื่อ 1 ลูก (5)
    ลบ 
    หลักหน่วย เป็นอันดับสุดท้าย โดยถอนลูกคิดตอนบนขึ้นจากขื่อ 1 ลูก และให้ลูกคิดตอนล่างขึ้นไปติดขื่อ 4 ลูก (-5 +4 =1)อ่านค่าการคำนวณจากเม็ดลูกคิดที่ติดขื่อ จากภาพอ่านค่าได้เป็น 7,124 (เจ็ดพันหนึ่งร้อยยี่สิบสี่)
    7124

    การลบด้วยลูกคิดก็มีสูตรใช้เช่นเดียวกับการบวก สูตรการลบจะตรงกันข้ามกับสูตรการบวก สูตรใดที่เป็นการให้สูตรบวก จะเป็นการถอนในสูตรลบ

    นอกจาก ลูกคิด จะสามารถคำนวณการ บวก ลบ เลขได้แล้ว ยังสามารถคำนวณ การคูณ หาร ได้อีกด้วย หากจะ่อธิบายรายละเอียดในที่่นี้ คงไม่สะดวกนัก เพราะวิธีการจะค่อนข้างซับซ้อนมากขึ้น และในกรณีการหาร ควรจะสามารถท่องจำ "สูตรหาร" ให้แม่นยำเสียก่อน
      สูตรหาร
    สูตร 2
    2-1-5
    สูตร 3
    3-1-31    3-2-62
    สูตร 4
    4-1-22    4-2-5    4-3-72
    สูตร 5
    5-1-2    5-2-4    5-3-6    5-4-8
    สูตร 6
    6-1-14    6-2-32    6-3-5    6-4-64    6-5-82
    สูตร 7
    7-1-13    7-2-26    7-3-42    7-4-55    7-5-71    7-6-84
    สูตร 8
    8-1-12    8-2-24    8-3-36    8-4-5    8-5-62    8-6-74    8-7-86
    สูตร 9
    9-1-11    9-2-22    9-3-33    9-4-44    9-5-55    9-6-66    9-7-77    9-8-88
    สูตรพิเศษ
    1-1-91    2-2-92    3-3-93    4-4-94    5-5-95    6-6-96    7-7-97    8-8-98    9-9-99

    คำอธิบายการท่องสูตรหาร
    2-1-5 (ท่องว่า สอง - หนึ่ง - ห้า) ที่มาคือ 2 หาร 10 เท่ากับ 5
    3-1-31 (ท่องว่า สาม - หนึ่ง - สามหนึ่ง) ที่มาคือ 3 หาร 10 เท่ากับ 3 มีเศษ 1

    สำหรับวิธีการดีดนั้น ทีมงานฯ จะพยายามไปค้นคว้าหาตำรา เพื่อนำมาถ่ายทอดอีกครั้งนะคะ


    ชอบดีดมังกรคาบแก้ว มีคนเขาเปรียบคำพังเพยว่า "ซ้ายกอบโกยเงินทอง ขวารวบรวมทรัพย์สมบัติการใช้ลูกคิด ผู้ใหญ่เขาเปรียบคำพังเพยว่า "ให้คิดก่อนทำ อย่าประมาทใจร้อน"
    ที่มาข้อมูล http://www.lukkidthai.com/page_abacus.html

    12998
    30319
    ที่มาข้อมูล http://www.vcharkarn.com/vcafe/48239


  • ฐานยิง CT 112 ชุดฝึกประกอบ
    จัดทำขึ้นเพื่อเพิ่มทักษะกระบวนการเรียนรู้ ในการประดิษฐ์
    ฐานยิงจรวดขวดน้ำ
      
    ชุดประกอบเรียบร้อยแล้ว ราคาชุดละ 1,200 บาท
    ชุดฝึกประกอบ ราคา 950 บาท 
    (ราคาพร้อมส่ง กรณีโอนเงินผ่าน ธนาคาร
    (ดูเพิ่มเติมที่ วิธีการสั่งซื้อ)
    พกง. เพิ่ม 150 บาท ต่อครั้ง


    แกนนำส่งกับตัวล็อคถอดได้ สะดวกในการซ่อมแซม
    ชุดฝึกประกอบ
    เริ่มต้นการเรียนรู้เกี่ยวกับระบบหัวยิงด้วยชุดฝึก
    ทำตามคู่มือ เมื่อเข้าใจดีแล้ว จะสามารถซ่อมเองได้
    เมื่อประกอบเสร็จ ก็ลองทำฐานเองดูก็ได้
    ถ้ายังไม่ทำฐานก็ใช้เป็นฐานยิงมือถือไปพลางๆก่อน

    ถ้าไม่มีเวลาประกอบ ก็นี่เลย หัวยิงประกอบเสร็จ
    เมื่อได้หัวยิงไปแล้วก็นำไปประกอบฐานที่ทำเองได้
    ก็สะดวกดีพอสมควร



    ปล่อยปลานิล 5000 ตัว เปิดงานวิชาการของครูและนักเรียน


     นายเปรม คำวัฒนา  รอง ผอ.สพป.สท.2  และคณะเจ้าหน้าที่ นายจรูญ เขตบรรพต  ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านทุ่งพล้อ  ประธานเครือข่าย   นายวิลาศ อินดี  ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าโพธิ์   หัวหน้าวิชาการ ศูนย์เครือข่าย  นายจำเริญ  สุวรรณประสิทธิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดอนระเบียง  ให้การต้อนรับการตรวจราชการ  ตรวจเยี่ยมและนิเทศงานการเรียนการสอน  โรงเรียนบ้านดอนระเบียง  ได้จัดกิจกรรมแสดงผลงานนักเรียน  ตามโครงการต่างๆเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง   ได้จัดทอดผ้าป่าการศึกษาของผู้มีจิตศรัทธาในนามกัลยาณมิตรจากวัดธรรมกาย กรุงเทพมหานคร     ซึ่งจะมอบให้แก่โรงเรียนบ้านดอนระเบียง ในวันที่  30  ธันวาคม  2554     เวลา  10.30  น. ณ โรงอาหาร  เพื่อใช้ซื้ออุปกรณ์การเรียนการสอน  ปรับปรุงห้องคอมพิวเตอร์   ห้องปฏิบัติธรรม  ปรับปรุงอาคารปฐมวัย ฯลฯ เป็นการพัฒนาห้องเรียนคุณภาพ และเพื่อยกผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนให้สูงขึ้น  จึงได้จัดกิจกรรมแสดงผลงานของนักเรียน  และผลงานของครูที่ได้จัดการเรียนรู้ตามโครงการต่างๆเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง ในเครือข่ายโรงเรียนสองฝั่งยม  ในวันที่  31  ธันวาคม  2554  เวลา  08.30  น. ณ หนาอาคารเรียน และกิจกรรมการประกวดแขงขันผลงานการแสดงของนักเรียนเพื่อเฉลิมพระเกียรติ

    วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2555



    UploadImage



    นายกรัฐมนตรี มอบคำขวัญวันเด็ก เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2555 
              สำนักงานโฆษกรัฐบาลแจ้งว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบคำขวัญวันเด็ก เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2555ดังนี้
             
    “สามัคคี มีความรู้คู่ปัญญา คงรักษาความเป็นไทย ใส่ใจเทคโนโลยี”

    UploadImage